ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ นิยายขายดีอีกหนึ่งชนิดบนร้านหนังสือออนไลน์ คือนิยายปกขาว

สวัสดีครับท่านผู้นิยมชมชอบในร้านหนังสือออนไลน์ที่ขายนิยายทุกท่านในหลายบทความก่อนหน้านี้ผมเองได้พูดถึงหนังสือนิยายประเภทหนึ่งซึ่งก็คือนิยายต้องห้ามที่ปัจจุบันหนังสือนิยายประเภทนี้มีสนนราคาที่แพงมากพอสมควรจึงมีคนถามมาว่าหนังสือนิยายต้องห้ามนั้นใช่หนังสือนิยายปกขาวหรือไม่ซึ่งผมเองต้องบอกไว้ตรงนี้เลยครับว่า “ไม่ใช่” เพราะนิยายต้องห้ามก็คือนิยายต้องห้าม

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ นิยายขายดีอีกหนึ่งชนิดบนร้านหนังสือออนไลน์ คือนิยายปกขาว

นิยายปกขาวก็คือนิยายปกขาวดังนี้นจึงต้องแยกจากกันให้ออกครับโดยนิยายต้องห้ามนั้นโดยมากมักจะเป็นนิยายที่มีเนื้อหารุนแรงเกี่ยวข้องกับการเมืองและการสังคมซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นการล้างสมองให้ผู้อ่านหนังสือจากร้านหนังสือออนไลน์เห็นดีเห็นงามกับพวกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์หรือไม่ก็อาจจะเกี่ยวข้องกับการล้มล้างการแข็งข้อกับรัฐบาลในขณะที่หนังสือปกขาวนั้นสื่อความหมายไปถึงหนังสือลามกอนาตจารพวกหนังสือโป๊ครับเห็นไหมครับว่าความหมายของหนังสือโป๊กับหนังสือปกขาวนั้นดูยังไงๆ ก็ไม่มีทางเหมือนหรือเป็นแบบเดียวกันไปได้แม้แต่กระทั่งเรื่องของการผิดกฎหมายปัจจุบันนี้กลับกลายเป็นว่าหนังสือต้องห้ามที่ครั้งหนึ่งเป็นของผิดกำหมายก็ได้กลายเป็นของถูกต้องตามกฎหมายในปัจจุบันในขณะที่หนังสือปกขาวนั้นไม่ว่าจะยุคตไหน สมัยไหนมันก็ยังคือของผิดกฎหมายอยู่วันยังค่ำครับ
ทีนี้เรากลับมาพูดถึงเรื่องของหนังสือปกขาวสำหรับร้านหนังสือออนไลน์กันต่อดีกว่าครับ!

เมื่อเรารู้แล้วว่าหนังสือปกขาวนั้นได้แก่หนังสือที่มีเนื้อหาหรือภาพลามกอนาจารหรือที่เราเรียกกันว่าหนังสือโป๊แต่เราเคยสงสัยกันไหมครับว่าเหตุใดเขาจึงเรียกหนังสือโป๊ว่าเป็นหนังสือปกขาวซึ่งผมมีคำตอบให้ในบทความสำหรับร้านหนังสือออนไลน์ตอนหน้าครับ

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

หนังสือที่ส่งไปรณีย์ยับอาจจะเป็นที่ตัวผู้ส่งเอง

หนังสือที่ส่งไปรณีย์ยับอาจจะเป็นที่ตัวผู้ส่งเอง
ในบทความตอนที่แล้วผมได้มีการพูดนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับวิธีที่ผมใช้ในการขนหนังสือนิยายเป็นจำนวนมากที่ได้จากงานสัปดาห์หนังสือกลับบ้านไปด้วยการใช้บริการพิเศษจากไปรษณีย์ไทยที่เขามาตั้งบูธให้บริการเฉพาะกิจไปก็มีหลายคนคอมเมนต์มาบอกว่าผมโชคดีที่เจอบริการดีๆ เพราะพวกเขาเองก็เคยใช้บริการของไปรษณีย์ไทยแบบที่ว่านี้เหมือนกันแต่ผลลัพธ์ที่ได้มากลับเข็ดไปจนวันตายซึ่งก็คือเรื่องของสภาพหนังสือ!

ผมเองเมื่อได้ฟังดูและพิเคราะห์พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ครับที่หนังสือนิยายที่ฝากส่งกับไปรษณีย์ไทยนั้นจะไปถึงบ้านในสภาพที่ยับยู่ยี่บ้าง ปกขาดบ้างหรือที่ร้ายที่สุดคือหนังสือนิยายที่เราซื้อมานั้นอยู่ไม่ครบเพราะเนื่องจากว่าก่อนการส่งนั้นเขาจะมีหีบห่อหรือแพคเกจให้เราใช้ในการห่อหุ้มหนังสืออยู่แล้วพร้อมทั้งมีเทปกาวและเชือกผูกกันการหลุดอีกรอบดังนั้นหากเราห่อไว้อย่างไรเมื่อไปถึงบ้านมันก็ควรที่จะเป็นเช่นนั้นโดยไม่มีผิดเพี้ยน

สาเหตุที่ทำให้หนังสือยับยู่ยี่หรือปกขาดนั้นอาจจะเป็นไปได้อีกประการหนึ่งก็คือในตอนที่เราบรรจุหีบห่อนั้นเราบรรจุไม่ดีให้หนังสือโคลงเคลงไปมาในกล่องหรือไม่ก็ตอนวางหนังสือนิยายซ้อนๆ กันอาจจะเผลอไปโดนปกอันอื่นเข้าจึงทำให้หนังสือเมื่อส่งถึงมือเรามีสภาพยับเยินดังที่ว่า

ที่ผมกล้าพูดเช่นนี้ไม่อะไรหรอกครับเพราะผมนั้นใช้บริการแบบนี้มาแล้ว 5 ปีแถมปีละ 2 ครั้งก็ยังไม่เคยเจอปัญหาที่ว่านี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

สาเหตุที่บ้านเรามีนิยายแนว sci-fi น้อย

สาเหตุที่บ้านเรามีนิยายแนว sci-fi น้อย
หากเราจะจัดอันดับประเภทหรือแนวนิยายที่มีการเขียนและออกพิพม์เป็นหนังสือนิยายขายในบ้านเรานั้นอันดับที่หนึ่งเห้นทีจะหนีไม่พ้นนิยายแนวรักๆ ใคร่ๆ อย่างแน่นอนครับ อันดับที่สองรองลงมาก็จะเป็นนิยายแนวเรื่องผี เรื่องลึกลับ สยองขวัญสั่นประสาทและปิดท้ายด้วยนิยายแนวบู๊ แอ็คชั่น ล้างผลาญ ส่วนนิยายทีเรียกได้ว่าแทบจะนับเรื่องได้และไม่ค่อยมีให้เห็นในบ้านเรานั้นก็คือนิยายแนว sci-fi หรือแนววิทยาศาสตร์นั่นเอง

สาเหตุที่บ้านเรามีนิยายแนว sci-fi น้อยนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ประการใดครับเพราะเนื่องจากว่าบ้านเรานั้นยังคงให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องประเพณี สังคมและวัฒนธรรมต่างๆ รวมไปถึงความเชื่อและสิ่งลี้ลับมากกว่าเรื่องของเทคโนโลยีอันทันสมัยดังนั้นพล็อตเรื่องที่จะเขียนนิยายแนวนี้จึงมีน้อยตามไปด้วยผิดกับประเทศในแถบยุโรปที่มีวิวัฒนาการเรื่องของเทคโนโลยีที่มีความล้ำหน้าดังนั้นนิยายของเขาที่ทำออกมาจึงเป็นเรื่องของแนว sci-fi เสียเป็นส่วนมาก

ส่วนสาเหตุอีกประการหนึ่งที่ทำให้บ้านเรามีแนวนี้น้อยก็คือผู้คนบ้านเรานั้นไม่ค่อยสนใจเรื่องราวของวิทยาศาสตร์สักเท่าไหร่เช่นเรื่องของจานบิน ยูเอฟโอ มนุษย์ ต่างดาวบุกโลก ฯลฯ เพราถือว่าเป็นเรื่องไกลตัวที่ไม่สามารถมองเห็นหรือสัมผัสได้ผิดกับเรื่องลึกลับเช่นพญานาคที่แม้ว่าจะไม่เคยมีใครเห็นตัวจริงแต่อย่างน้อยก็ยังมีภาพวาดหรือรูปปั้นที่ปั้นไว้ตามวัดวาอารามหรือสถานที่สำคัญๆ ทางพระพุทธศาสนานั่นเองครับสรุปรวมความง่ายๆ ก็คือคนไทยเชื่อเรื่องที่เล่าสืบต่อกันมามากกว่าเรื่องเพ้อฝันทางวิทยาศาสตร์นั่นเองครับ

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ใครว่านิยายมีแต่ตัวอักษร

ใครว่านิยายมีแต่ตัวอักษร
สวัสดีครับทุกท่านเมื่อพูดถึงคำว่านิยายแล้วไม่ทราบว่าทุกท่านจะนึกถึงอะไรกันบ้างครับบางคนอาจจะคิดถึงเนื้อหา เนื้อเรื่อง บางคนอาจจะคิดลีลาและท่วงทำนองการเขียนบทประพันธ์ของนักเขียนที่เราชื่นชอบแต่ผมเชื่อว่าคงมีอีกไม่น้อยที่เมื่อพูดถึงนิยายแล้วจะนึกถึงตัวอักษรมากมายนับพันนับหมื่นที่ร้อยเรียงกันจนเป็นเล่มหนาเตอะ นั่นแหละครับนิยาย!

แต่จะมีสักกี่คนครับที่จะรู้ว่าแท้จริงแล้วนิยายนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ตัวหนังสืออย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังมีนิยายภาพอีกด้วยโดยนิยายภาพนั้นก็คือการนำเอาเรื่องราวเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยอาจจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง นิทาน หรือนิยายที่มีคนแต่งเอาไว้มามาเขียนเป็นการ์ตูนลายเส้นตามเรื่องราวต่างๆ ซึ่งนั่นแหละครับคือนิยายภาพซึ่งถ้าหากนึกหน้าตาไม่ออกก็ให้นึกถึงการ์ตูนเล่มละบาทในสมัยก่อนนั่นแหละครับ รูปร่างหน้าตาเป็นประมาณนั้นเลยหากแต่เนื้อหาของมันจะยาวกว่านี้และอาจจะมีการแบ่งเป็นตอนๆ ได้อีกด้วย

สำหรับนิยายภาพที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในบ้านเรานั้นก็ได้แก่นิยายภาพเรื่องสุดสาครของปยุต เงากระจ่างที่มีการวาดเป็นการ์ตูนออกมาก่อนที่จะมาทำเป็นหนังการ์ตูนโลดแล่นบนแผ่นฟิล์มส่วนอีกเรื่องหนึ่งเป็นผลงานของศิลปินที่มากความสามารถในเชิงศิลปะอย่างคุณอำพล เจน ในผลงานสุดแสนจะน่าสะพรึงกลัวอย่างบุญเพ็งหีบเหล็กซึ่งหากมีโอกาสจะได้หยิบยกเอานิยายภาพที่ว่านี้มานำเสนอให้ได้อ่านและรับชมกันต่อไปครับ

 

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

นิยายเรื่องทวิภพ ก็จัดว่าเป็นนิยายอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนตามหา

นิยายเรื่องทวิภพ-ก็จัดว่าเป็นนิยายอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนตามหา                “ทวิภพ” เป็นนิยายเรื่องหนึ่งของทมยันตีที่มีผู้อ่านตามหานิยายเรื่องนี้และติดกันอย่างงอมแงมเพราะด้วยรูปแบบการนำเสนอมีการนำเอาเรื่องราวของอดีตและอนาคตที่มาบรรจบกันพอดีในโลกปัจจุบันซึ่งเนื้อหาในเรื่องนั้นมีการพูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ของบ้านเราดังนั้นจึงทำให้นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายที่เหมือนจริงและมีความสนุกราวกับเราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ ซึ่งนี่ถือเป็นจุดเด่นของการเขียนของทมยันตี

ทวิภพเริ่มต้นเรื่องราวด้วยมณีจันทร์ลุกสาวของเอกอัครราชทูตไทยที่ไปประจำอยู่ที่ต่างประเทศโดยตัวเธอเองนั้นได้พบกับกระจกวิเศษบานหนึ่งอันเป็นกระจกที่จะพาเธอไปสู่อีกโลกหนึ่งซึ่งก็คือโลกในสมัยรัชกาลที่ 5 มณีจันทร์ได้ปรากฏตัวที่บ้านของคุณหลวงผู้หนึ่งซึ่งเป็นข้าหลวงของพระเจ้าอยู่หัวพระพุทธเจ้าหลวงซึ่งการปรากฏตัวของเธอนั้นทำให้คนในบ้านคุณหลวงรู้สึกแปลกใจมากเพราะมณีจันทร์นั้นแต่งตัวได้ผิดแผกแตกต่างจากคนทั่วไปในยุคนั้นแถมเธอเองก็ยังพูดเรื่องราวแปลกๆฃ ที่เกี่ยวข้องกับอนาคตและการล่าอาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศสซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับคนในครอบครัวของคุณหลวงเป็นอย่างยิ่งเพราะทุกเรื่องที่มณีจันทร์พูดนั้นมักจะเกิดขึ้นจริงเสมอ

เมื่อมณีจันทร์มาบ้านคุณหลวงบ่อยขึ้นเธอเองก็เริ่มผูกพันกับคุณหลวงและโลกในสมัยนั้นโดยเธอเองรู้ดีว่าในไม่ช้าไทยต้องเสียดินแดนเธอจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนอนาคตแต่ในที่สุดก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ทำให้มณีจันทณืตั้องยอมรับมันในที่สุด

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS